.............................................................................................................................................
คือว่ามีประสบการ์ณอยากจะแชร์ เผื่อใครใช้บริการเหล่านี้อยู่และอาจจะเคยเจอเคสอย่างเรา หรืออาจจะยังไม่เคยเจอก็แล้วแต่
*
เมื่อตอนปลายเดือนพฤศจิกา เราได้ทำการ preorder สินค้าจากเวบไซต์ขายซีดีชื่อดังของประเทศแห่งหนึ่งในเอเชีย จริงๆจะเอ่ยชื่อก็ไม่น่าผิด เพราะเราไม่ได้จะว่าเค้าอ่ะ แต่แค่จะแชร์ให้ฟังเปนอุทาหรณ์
แต่ไม่เอ่ยแล้วกัน.....ขี้เกียจ.....วุ่นวาย
เอาเป็นว่าเวปนั้นยอดสินค้านับรวมในชาร์ตที่มีชื่อขึ้นต้นด้วยตัว โอ ด้วยอ่ะ (น่าจะเดาออก)
ทีนี้พอเราสั่งไปแล้ว เกิดลืมว่าตัวเองมีคูปองแทนเงินสดอยู่ประมาณ 700 กว่า เอ่อะหน่วย พดด้วงละกัน
ปกติเราก็ใช้บริการเวบนี้ และผ่านขั้นตอนนี้ประจำ แต่วันนั้นด้วยความรีบร้อนของตัวเอง
ก็เลยคีย์จำนวนเงินใส่ไปแล้วแต่ลืมกด apply ให้มันไปหักในยอดรวม พอจ่ายเงินด้วยบัตรเดบิตเสร็จ
ก็เพิ่งมาเอะใจ ว่าทำไมคูณเป็นเงินบาทแล้วออกมาแพงกว่าที่คิดตอนแรก ก็ปรากฎว่าอิคูปอง 700 พดด้วงนั่นยังไม่ถูกใช้ (อันนี้เป็นความสะเพร่าของเราเอง)
.
.
ก็เลยจะยกเลิก เพื่อทำรายการใหม่
. (ครือ กรุงกว่างั้น)
ปัญหาเกิดตอนนี้
.
ก่อนหน้าได้อ่านพวกคำอธิบายรายละเอียดต่างๆของร้านค้ามาแล้ว
ก็บอกว่าถ้าซื้อของโดยบัตรเครดิต เงินจะยังไม่ถูกตัดจนกว่าสินค้าจะถูกส่งมา เราก็โอเคสบายใจ
แต่เพื่อความชัวร์ ก็เมวไปถามเค้าอีกครั้งว่า แล้วจะชาร์ตเรามั๊ยถ้าเราจะยกเลิก เค้าก็บอกไม่ชาร์ต เงินก็จะคืนไปเต็มจำนวน เพราะของที่เราสั่งมันยังไม่ออก
.
แต่คืนนั้นไม่สบายใจไปเชคยอดที่ตู้ ปรากฏว่าเงินมันหักไปแล้ว
.
วันต่อมาเราก็เลยเข้าไปเชคใน account ปรากฏว่าสินค้าเรามันขึ้น status:processed ไปแล้ว คือถ้าอยู่ในสถานะนี้ แกจะยกเลิกต้องเมวไปบอกเค้าเท่านั้น เราก็เมวไป ขอให้เค้ายกเลิกรายการ
แต่ก็ไม่ได้ถามว่าจะได้เงินคืนเมื่อไหร่ คิด(เอาเอง)ว่าระบบอินเตอร์เนตมันคงรวดเร็ว ถ้าทางนั้นแคนเซิลเงินมันก็คงกลับมาเลย ปรากฏว่ามันยังไม่กลับน่ะสิ
.
.
ก็คิดเอาเองอีกรอบว่า มันน่าจะหมดหน้าที่ของรา้นแล้วนะ เพราะเค้า ยกเลิกให้แล้ว ใน account ก็แจ้งว่ายกเลิกแล้ว ทีนี้น่าจะอยู่ที่ทางธนาคาร
ก็เลยโทรไปถามธนาคาร ว่ากรณีนี้เงินมันจะคืนกลับมาเมื่อไหร่
พนง. ที่รับสายตอบว่า "ก็ขึ้นอยู่กับร้านว่าเค้ายกเลิกสินค้าคุณลูกค้ารึยังอ่ะค่ะ ต้องสอบถามทางร้านนะคะ"  จบ
.
.
ก็เลยเมวไปทางร้านอีกครั้งว่า เรายกเลิกไปแล้ว แต่เงินยังไม่กลับมา เราต้องรอนานเท่าไร
แล้วเราใช้เดบิตด้วย ไม่ใช่เครดิต โทรไปถามธนาคารมาแล้วเมื่อกรี้ ธนาคารก็บอกว่าระยะเวลานั้นมันขึ้นอยู่กับทางร้านค้า
ทางร้านก็ตอบมาว่า โดยปกติเงินจะยังไม่ถูกตัด ร้านแค่ได้ authorized มาแต่เมื่อยังไม่ถึงเวลาร้านก็ยังไม่ได้ตัด แต่ถ้าเป็นเดบิตเงินตัดไปแล้ว ก็คงต้องรอนานซักหน่อย several weeks หรือมากกว่านั้น
ครือ ไม่ฟันธงให้ตรูเรย? แถมแนบท้ายมาอีกว่ามันขึ้นอยู่กับ card company ของคุณแล้วหล่ะว่าจะนานเท่าไร
.
.
คำเดียวเลยที่หลุดออกมาจากปากได้ตอนนั้นคือ "กรุว่าแล้ววววว"
ความรู้สึกเหมือนถูกปล่อยให้ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศมากๆ แล้วกรุจะเอาไงต่อดี?
.
โทรไปฟ้องธนาคารอีกรอบดีกว่าว่าร้านมันบอกมาว่างี้
.
ครั้งนี้พนังงานที่รับสายเข้าใจอารมณ์ดีมาก รีบรับเรืองบอกว่า กรณีนี้ต้องแจ้งเรื่องไว้แล้วธนาคารจะไปตาม
กับทางร้านค้าให้ (สงสัยเจอเคสนี้บ่อยจนเข้าใจหัวอกลูกค้า น่าชื่นชม) ขั้นตอนดำเนินไปด้วยดีจนกระทั่งถามยอดเงิน
คือเรายังไม่ได้ไปอัพเดทสมุดไง เลยไม่รู้ยอดที่แน่นอน เค้าก็เลยบอกให้ไปอัพเดทมาก่อน แล้วโทรกลับมาใหม่นะคะ
รู้สึกใจชื้นขึ้นเยอะ พอเจอ พนง. แบบนี้ อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าคุณพร้อมบริการ อย่างเต็มที่เท่าที่จะสามารถทำได้ ไม่ใช่โยนให้ลูกค้ากลับไปถามร้าน ครั้งแล้วครั้งเล่า (อันนี้เป็นความรู้สึกนะ ไม่ใช่ fact ฮาๆ)
.
.
วันต่อมา โทรกลับไปที่ธนาคารพร้อมหลักฐานเรียบร้อย
แต่อาจจะซวย เพราะเหมือนจะโทรไปเจอ พนง. คนแรกที่เคยโทรไป แล้วไม่ต้องสงสัยเรย
กรุได้คำตอบเดิม "มันขึ้นอยู่กับทางร้านค้านะคะ คุณลูกค้าต้องเมวไปถามร้านค้าก่อน ให้เค้ายกเลิกนะคะ"
คิดในใจว่า เอ๊ะ! เราเพิ่งบอกไม่เมื่อกรี้ว่า เมื่อคืนโทรเข้ามา พนง. บอกว่าจะรับเรื่องให้ และให้ทำการแจ้งเรื่องไว้เพื่อที่ ธนาคารจะได้ติดต่อกับทางรา้นค้าเพื่อขอคืนเงิน และวันนี้เราโทรกลับมาเพื่อจะทำการแจ้งเรื่อง
"ค่ะ คือคุณลูกค้าต้องเมวไปถามทางร้านนะคะ ว่าเค้าได้ทำการยกเลิกการตัดเงินรึยัง และจะได้เงินคืนมาเมื่อไหร่ ทางธนคารไม่สามารถตอบได้นะคะ มันขึ้นอยู่กับทางร้านค้าค่ะ"
.
คือพุูดย้ำแบบนี้สองรอบ เราเริ่มหมดความอดทน เงียบไปซักพักแล้วพูดใหม่
"พี่คะ คือเมื่อวานนี้หนูโทรเข้ามา แล้ว พนง.ที่รับสายเนี่ยบอกว่าให้ทำการแจ้งเรื่องไว้น่ะค่ะ"
"พี่เข้าใจมั๊ยคะว่า สิ่งที่พี่ให้หนูถามทางร้านเนี่ยร้านเค้าตอบมาแล้ว คือตอนนี้หนูต้องการแจ้งเรื่องน่ะค่ะ หนุูจะไม่เมวไปถามทางเวปไซต์แล้ว เพราะด้วยคำถามเดิม หนูก็คงจะได้คำตอบแบบเดิม"
จากนั้นค่อยได้เข้าสู่ขั้นตอนการแจ้งเรือง....เฮ้อ ปวด -บาล
.
.
พอคุยจบเราก็เลยถามเค้าว่า มันเป็นเรื่องปกติมั๊ยที่ว่า ยกเลิกสินค้าที่จ่ายด้วยบัตรเดบิตแล้วเงินมันจะไม่กลับมาทันที เค้าก็บอกว่า การที่เงินจะกลับมา หรือยังมันอยู่ที่ว่าร้านค้าเค้าจะไปแจ้งคืนเงินที่บริษัทจัดการเรื่องเงินหรือยัง ถ้าแจ้งแล้วเงินมันก็ต้องกลับมา....ก็ฟังแล้วก้ไม่ค่อยเก็ทอ่ะนะ
ก็ทางร้านก็บอกมาว่า ยกเลิกแล้ว
แต่ทำไมเงินยังไม่มาอ่ะ แถมให้รอประมาณ several weeks ช่วยเจาะจงหน่อยได้มั๊ย 4 หรือ 5 วีคก็บอกหน่อย
แล้วระหว่างนั้นเงินมันไปลอยอยู่ที่ไหนหรอ??? ก็พอเข้าใจว่าเงินน่ะถ้าปล่อยหลุดมือไปแล้วคงจะเอากลับคืนมายาก....
.
.
วันนั้นกลับมาก็เลยไปถามอากู๋เกิ้ลว่ามีกรณีแบบกรูมั่งมั๊ยวะ?????? มันต้องมีดิ
ก็เจอ รีวิวเกี่ยวกับการซื้อของจากเวปนี้ ซึ่งคนที่รีวิวเค้าก้เขียนไว้ว่า ปัญหาอย่างเดียวที่พบในเวปนี้คือ
เมื่อยกเลิกสินค้าแล้ว ทางเวปไม่แจ้งยกเลิกบัตรเคดิตให้ เค้าต้องไปแจ้งเองที่ธนาคาร (เออ ค่อยเข้าเค้า)
แล้วก็โทรไปถามเพื่อนอีกคนที่ซื้อของข้ามแดนบ่อยๆ มันก็บอกแบบเดียวกัน
แถมยังให้คำสั่งสอนมาอีกว่า "ทีหลังเมิงจะสั่งอะไร ก็ค่อยๆดูเอาให้ชัวร์ แล้วค่อยสั่ง"
ก๊าบบบบ คราวหน้าไม่เอาอีกแล้วก๊าบบ
.
.
ก็นะเป็นบทเรียนราคาแพงอ่ะ
จริงๆพอแจ้งเรื่องไว้กะธนาคารแล้วเรามีหลักฐานว่าเรายกเลิกรายการแล้วจริง อะไรจริง
ก็รอไม่นานหรอกวันนี้ไปเชคตู้ เงินกลับมาแล้ว !!!!!
.
แต่อยากจะบอกว่า ถ้าเราไม่ตามเรื่อง (ถ้าเงินมันไม่เยอะ กร๊ากกก) ป่านนี้ก็คือเงินมันคงลอยค้างอยู่กลางเวหาหล่ะมั้ง คือเคยมาแล้วนะแต่อันนั้นมันเงินแค่ไม่ถึงร้อยบาทไง ก็ปล่อยๆไป คิดว่าคงจะนานมั้ง แต่ปรากฏว่าหายสาปสูญ อีเวปที่ขึ้นหรา (คนละเวปนะ) ว่าถ้ายกเลิกจะคืนมัดจำส่วนนี้ให้ ก็ไม่เห็นมันกลับมา เป็นปี
.
.
แต่ถึงมันจะเป็นเวลาขี้ประติ๋ว กะเงินขี้ประติ๋ว แต่ในเวลาที่เราจำเป็นต้องใช้ แล้วไม่มี มันก็ลำบากจริงมั๊ย
แล้วยิ่งเมื่อไม่รู้ว่าเงินเรามันหลุดไปอยู่ที่มือใคร (แล้วกรุจะไปตามที่ใคร???) เนี่ยมันยิ่งร้อนรน
เพราะฉะนั้น ก็รอบคอบๆหน่อย ปกติเราใช้จ่ายแบบนี้อ่านละเอียดตลอด ขนาดแค่ซื้อตั๋วหนังยังอ่านสามรอบ กว่าจะคลิกแต่ละที แต่คราวนี้ประมาทเลินเล่อ เลยได้เรื่องกลุ้มใจไปพักใหญ่ แถมช่วงนั้นชนกับวันสอบด้วย หนักเลย ของแบบนี้มันดาบสองคมเนอะ นึกว่าซื้อเร็ว เวลาคืนเงินจะเร็วด้วย หึหึ
แชร์ประสบการณ์ไว้ละกัน ^^ หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย

edit @ 20 Dec 2010 16:49:35 by f i s h *Sky

Comment

Comment:

Tweet