วันจันทร์นี้กำลังจะสอบก็เลยได้ฤกษ์หอบผ้าหอบผ่อนไปห้องสมุดอีกครั้ง
แล้วพออ่านหนังสือเหนื่อยๆก็เลยเดินไปหาหนังสือภาพมานั่งดูพักสมอง
หาไปหามาก็ไปเจอเล่มนี้เข้า
JAPAN'S CREATIVE THINKING (JETRO, 2001)
เปิดเข้าไปดูข้างใน หนังสือสื่อด้วยภาพสองภาพที่ส่วนใหญ่จะต่างยุคต่างสมัยกัน แต่มีจุดร่วมบางอย่างที่คล้ายๆกัน อันนึงเป็นของเก่า ส่วนอีกอันเป็นของใหม่ (ในวงเล็บว่าหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์เมื่อปี 2001)
ใต้ภาพสองภาพมี wording ที่สื่อถึงจุดร่วม อย่างภาพหน้าปก เป็น ASIMO กับเจ้าตุ๊กตาเสิร์ฟน้ำชาที่สร้างขึ้นใน ศตวรรษที่ 17 เดินได้ด้วยระบบสปริง เล่าเท่านี้ก็พอนึกเรื่องราวออกบ้างใช่ไหม
ส่วนใหญ่ภาพในหนังสือเล่มนี้จะเป็นภาพเก่าคู่กับภาพใหม่ แต่พอเปิดมาเจอภาพนี้ก็เลย
...
FISH LOVERS....อันนี้เป็นคำใต้ภาพ 
ทำไมมาแปลก...โถปลาทองนี่มันเกี่ยวอะไรกับอะควาเรี่ยม... (หมายความว่าถ้าเป็นภาพกระชังปลาเก่าๆนี่จะไม่สงสัย) เปิดคำอธิบายหน้าหลังถึงได้เข้าใจ ว่า ชีวิตคนญี่ปุ่นกับปลานั้นผูกพันกันมายาวนาน
แทบทุกบ้านจะมีโถปลาทอง ไม่ก็เลี้ยงปลาคาร์ฟไว้ และญี่ปุ่นมีอะควาเรี่ยมมากเป็นอันดับสามของโลก
และความไม่ธรรมดาของอะควาเรี่ยมในภาพก็คืออุโมงค์ใสๆที่เราเดินชมปลาใต้ท้องน้ำนั้น คนยุ่นเข้าคิดค้น acrylic resin ที่มีความแข็งแรง และโปร่งใสมากๆขึ้นมา เพื่อจะได้ชมปลาได้ใกล้ชิดกันสุดๆ
.
.
นั่นคือคำอธิบายจากหนังสือ บวกความเข้าใจของตัวเองนิดหน่อย
แต่อีกสิ่งนึงที่หนังสือไม่ได้เอ่ยถึง แต่ภาพมันเล่าได้ ก็คือคนที่คิดสร้างอะควาเรี่ยมแห่งแรกบนโลกขึ้นมา
เดาเอาว่าเค้าคงนั่งมองปลาที่เลี้ยงไว้เพลินๆ แล้วคิดว่าคงจะดีไม่น้อยถ้าเราเดินไปใต้ทะเลเพื่อดูฝูงปลาทั้งฝูงแบบใกล้ชิดได้...(รึเปล่า??)
.
จากโถปลาเล็กๆ กลายมาเป็นอุโมงค์ใต้น้ำขนาดใหญ่
.
จากสิ่งธรรมดาๆรอบตัวที่เห็นทุกวันก็กลายเป็นสิ่งใหม่ที่มีประโยชน์ได้มากกว่าที่เคยเป็น
ความคิดสร้างสรรค์มันดีที่ตรงนี้นี่เอง
.
.
สวัสดีวันเด็กค่ะ ^^

Comment

Comment:

Tweet

พูดถึงอควาเรี่ยมใสๆ
ก็นึกอยากไปดูขึ้นมา
ความรู้สึกตอนเดินอยู่ใต้อุโมงค์สีฟ้าของน้ำทะเล แล้วก็สีสันของปลานี่มันสุดยอดจริงๆ

แต่ว่าที่ไทย...กระจกขุ่นซะปลาเป็นฝ้าเชียว 55

#2 By darkuril on 2011-01-08 21:26

ประเทศ ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่น่าสนใจทีเดียว