No one's perfect

posted on 21 Jan 2011 20:50 by 382days
........................................................................................................................
วันนี้ตอนนั่งทำแลปอยู่ ทำเท่าไรๆก็ยังไม่ดีซักที เพื่อนกลุ่มเดียวกันก็ไป step ไหนต่อไหนแล้ว
เราก็มานั่งคิดว่า ทำไมเราต้องเป็นคนที่ช้าตลอดเลยวะ ทำไมเราไม่เคยทำอะไรได้เสร็จ ตั้งแต่ทีแรกเหมือนเพื่อนเลยวะ แต่พอคิดๆไป ถึงเราจะไม่เสร็จเร็วเท่าเพื่อน หรือทำงานได้ดีจนอาจารย์ชม แต่สุดท้ายงานของเราก็เสร็จเหมือนเพื่อน และเราก็ได้เรียนรู้จากการทำงานช้าๆ เต่าคลานของเราไป
.
.
แล้วก็คิดไปถึงคำถามของเพื่อนคนนึง ที่ถามอาจารย์ฝรั่งว่า
Do you think you're perfect? คืออาจารย์ภาษาอังกฤษคนนี้เป็นคนหนุ่มหน้าตาดี สอนก็เก่ง แถมยังทุ่มเทกับการสอนมากๆ
อาจารย์ตอบทันทีว่า Nope ไม่ ...I'm not perfect and never. ผมไม่ perfect แล้วก็ไม่มีทางเป็นไปได้
.
เพื่อนก็บอกว่า เอ้าอาจารย์ทั้งหล่อ ทั้งฉลาด อายุก็ยังน้อย ดูเพอร์เฟตไปหมดยังขาดอะไรอีก
อาจารย์บอกว่า ความหล่อมันไม่มีอะไรมาวัดได้อยู่แล้วว่าอันนี้คือที่สุด เพราะฉะนั้นผมก็ไม่ได้เพอร์เฟค  และผมก็ยังไม่ได้ฉลาดมาก ผมยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้ สิ่งที่ผมต้องการจะรู้ และยังมีคนอีกหลายๆคนที่เก่งกว่าผม และผมก็คิดว่า no one's perfect เพราะความเพอร์เฟตคือ 100%  ไม่มีอะไรในโลกนี้ 100% ได้อยู่แล้ว มีแค่จะเข้าใกล้ 100% ได้มากแค่ไหน เพราะฉะนั้นผมจึงไม่คิดว่าผมเพอร์เฟต
.
.
นึกถึงตอนกำลังนั่งเรียน อาจารย์ก็บอกอยู่ตลอดว่า ความรู้ที่เราเรียนๆกันอยู่ตอนเนี้ย ไม่มีอะไรที่ถูก 100%  หรือผิด 100% เพราะฉะนั้นหนังสือเค้าบอกอะไรก็อ่านทำความเข้าใจ แต่อย่าปักใจเชื่อ ให้เผื่อสงสัยเอาไว้บ้าง แล้วเอาส่วนที่สงสัยไปค้นคว้าต่อ....อืม แม้แต่ textbook เล่มละเป็นพันก็ยังไม่เพอร์เฟตเลยสินะ
.
.
ยอมรับว่าเราเองก็อยากจะเพอร์เฟต อยากจะเก่งเทพ เมพมันไปซะหมด ทำนู่ก็ดี ทำนี่ก็เก่ง
เคยรู้สึกน้อยใจตัวเองว่าทำไมกรูไม่เก่งเหมือนเพื่อน ทำไมต้องเป็นกรูที่ช้าตลอด มันเหมือนเป็นช่องว่างที่กินพื้นที่มากกว่าช่องว่างของเพื่อนคนอื่นๆ เป็นช่องว่างของแบตเตอรี่มือถือที่ชาร์ตยังไงก็ไม่เต็มซักที
.
.
คิดไปคิดมา การที่แบตของเราไม่เต็มหรือเต็มช้ามันก็มีข้อดี
เพราะในวันที่เรายังมองเห็นช่องว่างของความไม่เพอร์เฟตของตัวเองอยู่นั้น มันจะเป็นแรงผลักดันให้เราต้องขวนขวายหาสายชาร์ต ต่อสายไฟ เพื่อจะได้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ.
หากเป็นการเรียน ...ก็คงเป็นการที่เรารู้..ว่าฉันไม่รู้อะไร...
.
น้อยที่สุด 1% ของความไม่เพอร์เฟต น่าจะเป็นสิ่งที่ธรรมชาติเว้นช่องว่างไว้เพื่อให้คนเราได้เกิดกระบวนการเรียนรู้แต่จะด้วยตัวเอง..หรือด้วยคนอื่นๆนั้น..ก็สุดแล้วแต่
^^;

Comment

Comment:

Tweet

ไม่เต็ม 100 ดีแล้วครับ

ทำให้เราต่อเติมมันได้เสมอbig smile

#1 By iDreamplus on 2011-01-21 22:18